คลังบทความของบล็อก

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2567

ASA Environment แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ BS-ELSC (Bacillus Subtillis EMERGENCY LIQUID SPILL CONTROL) หัวเชื้อควบคุมการรั่วไหลนเำมันแบบเฉียบพลัน ปลอดภัย ไร้สารพิษ ประกอบด้วยจุลินทรีย์ ใช้สำหรับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนไฮโดรคาร์บอนและสารประกอบอินทรีย์ชนิดอื่น มีการนำไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินกรณีรั่วไหล เพื่อกำจัดค่าขีดจำกัดความไวไฟ (LEL) ลดกลิ่นไอ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังใช้สำหรับทำความสะอาดถังบรรจุไฮโดรคาร์บอน ผลิตภัณฑ์นี้สามารถย่อยสลาย ไฮโดรคาร์บอน สารประกอบอื่น ขยะ และกำจัดความไวไฟได้ จึงแทบไม่มีข้อจำกัดในการใช้งาน สารตกค้างและน้ำทิ้งสามารถส่งไปยังโรงบำบัดน้ำเสียของสถานประกอบการได้อย่างปลอดภัย สอบถามสั่งซื้อได้ที่ Tel : 099-1451498,02-1856270 Email : chirapat.asa@gmail.com Website : https://asa-thermacoustic.com Line@ : https://lin.ee/ihULSxq
BS-FOG การป้องกัน - จุลินทรีย์สำหรับการรักษา ไขมัน น้ำมัน และไขมันในร้านอาหาร และน้ำเสียอุตสาหกรรม มันเป็นสูตรที่ปลอดสารพิษ เลือกเฉพาะจุลินทรีย์ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคที่แก้ปัญหาที่เกิดจากการสะสมของไขมัน น้ำมัน การแก้ปัญหา - การควบคุมกลิ่น ช่วยขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการย่อยอนุภาคอินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดกลิ่น ลดโหลด จุลินทรีย์ ย่อยไขมัน น้ำมัน และไขมัน ป้องกันการแข็งตัวปลอดภัยจากการอุดตัน ในโรงบำบัดน้ำเสียทำให้ลดต้นทุนการดูแลรักษา ควมปลอดภัย - ปลอดภัย ผลิตจาก แบคทีเรีย บาซิลัส ซับทิลิส จากธรรมชาติไม่มีการดัดแปลงพันธุกรรมไม่เป็นอันตรายต่อคน และสัตว์ ความคุ้มค่า - ประหยัด เพราะจุลินทรีย์สามารถแบ่งตัวเพิ่มขึ้นทุกๆ 20 นาที จำนวนได้เมื่อได้ทำการย่อยของเสีย ไม่ต้องใส่สารเพิ่มหรือใส่เพิ่มเพียงเล็กน้อย BS-FOG ที่ร้านอาหารเลือกใช้ มี 3 ขนาดให้ท่านเลือก ลดไขมัน ลดกลิ่น ต้อง BS- FOG เท่านั้น !! ขนาด 250 มล ขนาด 1 ลิตร ขนาด 1 ถัง (18.925L) สนใจสอบถามและสั่งซื้อ Tel : 099-1451498,02-1856270 Email : chirapat.asa@gmail.com Website : https://asa-thermacoustic.com Line@ : https://lin.ee/ihULSxq
สามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง Line MyShop สอบถามและสั่งซื้อ คลิ๊ก!! https://shop.line.me/@lmz7737w

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567

ผลเสียของไฟป่าในเขตภาคเหนือ ไฟป่าในเขตภาคเหนือ สร้างผลเสียต่อทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพ ดังนี้ 1. ผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรป่าไม้: ไฟป่าเผาทำลายป่าไม้ ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ดิน: ไฟป่าทำลายหน้าดิน ดินเสื่อมโทรม สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ น้ำ: ไฟป่าทำลายแหล่งต้นน้ำ น้ำในลำห้วย ลำธาร แห้งขอด อากาศ: ไฟป่าสร้างฝุ่นควัน มลพิษทางอากาศ ส่งผลต่อสุขภาพ 2. ผลเสียต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว: ฝุ่นควันจากไฟป่า ส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวลดลง การเกษตร: ไฟป่าสร้างความเสียหายต่อพืชผล สุขภาพ: ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล 3. ผลเสียต่อสุขภาพ โรคระบบทางเดินหายใจ: ฝุ่นควันจากไฟป่า เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ: ฝุ่นควันจากไฟป่า เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคอื่นๆ: ฝุ่นควันจากไฟป่า เป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ เช่น โรคตา โรคผิวหนัง แนวทางแก้ไข การป้องกัน: รณรงค์ให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก การดับไฟป่า: ฝึกอบรม พัฒนาระบบดับไฟป่า การฟื้นฟู: ปลูกป่า ฟื้นฟูระบบนิเวศ ไฟป่า เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลเสียต่อทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ในการป้องกัน ดับไฟป่า และฟื้นฟู เพื่อรักษาป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ให้คงอยู่ต่อไป

ไฟป่าเชียงใหม่

เรื่องราวของไฟป่าที่บ้านเราทุกวันนี้เป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องแก้ไข อย่างเร่งด่วน เพราะทำให้สภาพแวดล้อมของจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหวัด มีแต่ฝุ่นควัน และมีฝุ่น PM2.5 มากกว่าทุกพื้นที่ในประเทศไทย ทั่งนี้รอภาครัฐเข้ามาดำเนินการแก้ไขอ่างเร็วที่สุด เพราะคนในพื้นที่ค่อนข้างใช้ชีวิตลำบาก และส่งผลต่อการดำเนินใช้ชีวิตในระยะยาว ทาง ASA จึงขอเสนอ BS-Out จุลินทรีย์ดับไฟและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไฟป่าภาคเหนือ : เยือนชุมชนอาข่า ที่อาสาสมัครสู้ไฟจนตัวตาย "โยส่ามาเด" เสียงตะโกนที่ออกมาจาก อาโละ อาซังกู่ อาสาสมัครชาวอาข่าอายุ 62 ปี ในช่วงกลางดึกของ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นเสียงเตือนสุดท้ายของอาโละก่อนที่เขาจะหายตัวไป ในช่วงที่อาสาสมัครจากบ้านป่าคาสุขใจ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้าพื้นที่เพื่อทำแนวกั้นไฟไม่ให้ลุกลามเข้าหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่ เสียงสุดท้ายที่ อาโละ ตะโกนออกมาเพื่อเตือนอาสาสมัครคนอื่น ๆ เป็นภาษาอาข่าที่แปลเป็นไทยว่า "ตรงนี้ชันเหลือเกิน" โดยหลังจากสิ้นเสียงเตือนนั้น ก็มีเสียงร่างของอาโละกระแทกหินและตกลงไปตามแนวลาดชันของหน้าผา โดยร่างของเขาได้ถูกพบที่ด้านล่างของหน้าผาในช่วงเที่ยงของวันถัดมาด้วยสภาพที่ขากางเกงถูกไฟลุกไหม้ อาโละเป็นหนึ่งในผู้กล้าที่ขันอาสามาสร้างแนวกั้นไฟไม่ให้ลุกไหม้เข้าหมู่บ้านที่มีผู้อาศัยอยู่เกือบพันคน ถึงแม้ว่าวัยของอาโละอาจจะไม่เอื้อต่อการเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน แต่สิ่งเดียวที่เขาคิดและแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน รชต เกษมสุขใจ หรือ "พ่อหลวงอาโด่" ว่า "ผืนป่านี้คือบ้าน ถ้าไม่มีป่าก็ไม่มีบ้าน เราต้องช่วยกันรักษาด้วยชีวิต" โหมไหม้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ป่ากว่าหมื่นไร่ในบ้านป่าคาสุขใจ ถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้ง และด้วยอากาศที่แห้งแล้งทำให้พื้นที่ป่ากลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แต่เหตุการณ์ไฟป่าในพื้นที่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีแล้ว จึงทำให้มีใบไม้แห้งสะสมบนพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมาก 30 มี.ค. เป็นอีกหนึ่งวันปกติของชาวบ้านที่บ้านป่าคาสุขใจ ด้วยวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสายสัมพันธ์ในครอบครัวที่เหนียวแน่นของทุกบ้าน การไปช่วยงานต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปรกติของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ที่นั่น โดยเช้าวันนั้น อาโละได้จัดงานแต่งงานให้ลูกชายของเขาที่หมู่บ้านโดยมีผู้คนมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย โดยวันนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความสุขที่สุดของอาโละที่ได้เห็นลูกชายมีครอบครัว แหล่งที่มา https://www.bbc.com/thai/thailand-47918278

BS-Out

Present New Product !! (fire) BS-Out (fire) ASA Environment เชื้อเพลิงที่กำลังเผาไหม้: ไฟ Class A: ประเภทนี้เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เช่น ไม้, กระดาษ, ผ้า, ขยะ, และพลาสติกบางชนิด วัสดุเหล่านี้จะทิ้งเถ้าถ่านเมื่อเผาไหม้. ไฟ Class B: ประเภทนี้รวมถึงไฟที่เกิดจากของเหลวและก๊าซที่ติดไฟได้ เช่น น้ำมัน, แก๊สโซลีน, และสี ไฟเหล่านี้ดับได้ดีที่สุดด้วยการ หน่วงเหนี่ยวไม่ให้เกิดไฟเพราะไม่ทิ้งเศษไฟหรือเถ้าถ่าน. การใช้ถังดับเพลิงที่ถูกต้องสำหรับแต่ละประเภทของไฟเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าไฟถูกดับอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ถังดับเพลิงน้ำมักใช้สำหรับไฟ Class A ในขณะที่ถังดับเพลิงโฟมมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับไฟประเภท B. การผสม Micro blaze Out ลงในโฟมดับเพลิง มีประโยชน์ ดังนี้ 1. ไฟดับได้รวดเร็ว 2. อุณหภูมิของเปลวไฟลดลงอย่างมาก 3. เถ้าถ่านที่หลงเหลือร้อย และ ไม่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม 4. ไม่เกิดไฟม้วนกลับมาทำอันตรายให้นักผจญเพลิง No Flash back 5. ได้รับการรับรองให้ผสมในโฟมดับเพลิงของ สหรัฐอเมริกา หรือ NFPA #โฟมดับเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม #โฟมดับเพลิงที่มีแบคทีเรียกินน้ำมันเชื้อเพลิง #AFFF #โฟมดับเพลิงที่ปลอดสารPFAS

วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567

การนำจุลินทรีย์มาผสมกับโฟมดับเพลิงสามารถมีประโยชน์ในหลายด้าน โดยเฉพาะในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น: 1. การย่อยสลายสารเคมี: จุลินทรีย์บางชนิดสามารถช่วยย่อยสลายสารเคมีที่เป็นอันตรายในโฟมดับเพลิง เช่น PFAS ซึ่งเป็นสารที่สามารถสะสมในสิ่งแวดล้อมและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ 2.การลดการสะสม: การใช้จุลินทรีย์อาจช่วยลดการสะสมของสารเคมีในดินและน้ำ ซึ่งจะช่วยป้องกันการปนเปื้อนในระยะยาว1. การปรับปรุงคุณภาพดิน: จุลินทรีย์อาจช่วยปรับปรุงคุณภาพดินหลังการใช้โฟมดับเพลิง โดยการเพิ่มสารอาหารและการหมุนเวียนของออกซิเจนในดิน 3. การใช้จุลินทรีย์ในโฟมดับเพลิงอาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเมื่อเทียบกับโฟมดับเพลิงแบบดั้งเดิมที่มีสารเคมีที่อาจเป็นอันตราย. Microblaze Out ชีวภัณฑ์ที่ผสมในโฟมดับเพลิง เพื่อ NET ZERO ในสภพแวดล้อม #ไฟป่าที่เชียงใหม่ #ฟื้นฟูดินด้วยแบคทีเรีย #ลดflashback #ปลอดภัยจากไฟย้อนกลับ
เชื้อเพลิงที่กำลังเผาไหม้: ไฟ Class A: ประเภทนี้เกี่ยวข้องกับวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เช่น ไม้, กระดาษ, ผ้า, ขยะ, และพลาสติกบางชนิด วัสดุเหล่านี้จะทิ้งเถ้าถ่านเมื่อเผาไหม้. ไฟ Class B: ประเภทนี้รวมถึงไฟที่เกิดจากของเหลวและก๊าซที่ติดไฟได้ เช่น น้ำมัน, แก๊สโซลีน, และสี ไฟเหล่านี้ดับได้ดีที่สุดด้วยการ หน่วงเหนี่ยวไม่ให้เกิดไฟเพราะไม่ทิ้งเศษไฟหรือเถ้าถ่าน. การใช้ถังดับเพลิงที่ถูกต้องสำหรับแต่ละประเภทของไฟเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าไฟถูกดับอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ถังดับเพลิงน้ำมักใช้สำหรับไฟ Class A ในขณะที่ถังดับเพลิงโฟมมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับไฟประเภท B. การผสม Micro blaze Out ลงในโฟมดับเพลิง มีประโยชน์ ดังนี้ 1. ไฟดับได้รวดเร็ว 2. อุณหภูมิของเปลวไฟลดลงอย่างมาก 3. เถ้าถ่านที่หลงเหลือร้อย และ ไม่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม 4. ไม่เกิดไฟม้วนกลับมาทำอันตรายให้นักผจญเพลิง No Flash back 5. ได้รับการรับรองให้ผสมในโฟมดับเพลิงของ สหรัฐอเมริกา หรือ NFPA #โฟมดับเพลิงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม #โฟมดับเพลิงที่มีแบคทีเรียกินน้ำมันเชื้อเพลิง #AFFF #โฟมดับเพลิงที่ปลอดสารPFAS

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567

ของเสียจากปศุสัตว์/สวนสัตว์

สัตว์เลี้ยงในฟาร์ม เช่น สุกร ไก่ กุ้ง ม้า วัว นกกระจอกเทศ หรือ แม้แต่สัตว์เลี้ยงในสวนสัตว์ เมื่อมีปริมาณมาก การดูแลไม่ทั่วถึง สัตว์เลี้ยงเริ่มประสบปัญหามลพิษจากซากพืชซากสัตว์ หรือ เศษขยะ นำมาซึ่งเชื้อโรค หรือเกิดโรคติดต่อ ส่งผลทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล การควบคุมดูแลสภาพแวดล้อมของสัตว์เหล่านี้ ทำได้ โดยชีวภาพบำบัด ด้วยจุลินทรีย์สายพันธ์ บาซิลลัส ซับทิวลิส ที่มีผสมอยู่ในหัวเชื้อ ไมโครเบรส FOG มากถึง 77 สายพันธ์ ทำให้ นิเวศน์ของสัตว์เลี้ยงกลับมาเป็นปกติ

การฟื้นฟูดินด้วยพืช

กระบวนการทำงานมีดังนี้ • พืชดูดซึมสารปนเปื้อน: รากของพืชจะดูดซึมน้ำและสารอาหารจากดิน ในกระบวนการนี้ พืชยังสามารถดูดซึมสารปนเปื้อนที่อยู่ในดินหรือน้ำใต้ดินได้อีกด้วย • การย่อยสลายของสารปนเปื้อน: เมื่อสารปนเปื้อนเข้าสู่ลำต้นของพืชแล้ว เอนไซม์ของพืชและจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บริเวณรากสามารถย่อยสลายหรือเปลี่ยนสารปนเปื้อนเหล่านั้นให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายมากขึ้น • การสะสมสารปนเปื้อน: พืชบางชนิดที่เรียกว่า "พืชสะสม" มีความสามารถในการสะสมสารปนเปื้อนไว้ในเนื้อเยื่อของมันเองได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ กระบวนการนี้ช่วยกำจัดสารปนเปื้อนออกจากสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูดินด้วยพืชสามารถนำไปใช้ในการทำความสะอาดสารปนเปื้อนได้หลากหลายชนิด เช่น:โลหะหนัก: ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม เป็นตัวอย่างของโลหะหนักที่สามารถกำจัดออกจากดินและน้ำโดยใช้การฟื้นฟูดินด้วยพืช • สารมลพิษอินทรีย์: ได้แก่ ยาฆ่าแมลง วัชพืช และสารเคมีอุตสาหกรรม • กัมมันตรังสี: พืชสามารถนำไปใช้ในการดูดซึมและสะสมธาตุ จากดินได้ การฟื้นฟูดินด้วยพืชเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพคุ้มทุนและยั่งยืน เมื่อเทียบกับวิธีการกำจัดมลพิษแบบดั้งเดิม เช่น การขุดดินและการเผา นอกจากนี้ การฟื้นฟูดินด้วยพืชยังเป็นวิธีการที่รบกวนสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า น้อยกว่า และช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูดินด้วยพืชก็มีข้อจำกัดอยู่ กระบวนการนี้ใช้เวลานานหลายปี และไม่ได้ผลกับสารปนเปื้อนทุก นอกจากนี้ ความสำเร็จของการฟื้นฟูดินด้วยพืชยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ชนิดของพืชที่ใช้ ชนิดของสารปนเปื้อน และสภาพของดิน

ขออณุญาตประชาสัมพันธ์งาน Seminar Digitazation Of Smell วันที่ 27 มีนาคม 2024 เวลา 13:30 - 15:30

ขออณุญาตประชาสัมพันธ์งาน Seminar Digitazation Of Smell วันที่ 27 มีนาคม 2024 เวลา 13:30 - 15:30 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 06-5455-1447 (เบียร์) 097-074-2915 (เวฟ)

การบำบัดทางชีวภาพ BIOREMEDIATION

การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมผ่านขบวนการทางชีวภาพ (BIOREMEDIATION) คือกระบวนการที่ใช้ สิ่งมีชีวิต ในการย่อยสลายสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็น จุลินทรีย์ (Microbes) เช่น แบคทีเรียและรา สามารถ เปลี่ยนสารมลพิษที่เป็นอันตราย ให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นพิษ หรือเป็นพิษน้อยลง กระบวนการตามธรรมชาติเหล่านี้มนุษย์สามารถ กระตุ้นและเสริม เพื่อทำความสะอาดพื้นที่ที่ปนเปื้อน ตัวอย่างบางส่วนของวิธีการใช้การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพ • ทำความสะอาดคราบน้ำมันรั่ว: จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายน้ำมันให้กลายเป็นโมเลกุลที่ง่ายกว่า ซึ่งจุลินทรีย์อื่นๆ สามารถนำไปใช้เป็นอาหารได้ • ฟื้นฟูดินและน้ำที่ปนเปื้อน: จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายสารปนเปื้อนหลายชนิด รวมถึง ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า และสารละลายอุตสาหกรรม • บำบัดน้ำเสีย: จุลินทรีย์สามารถกำจัดสารอินทรีย์และสารปนเปื้อนอื่นๆ ออกจากน้ำเสียก่อนที่จะปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพเป็นทางเลือกที่ ปลอดภัยและยั่งยืน มากกว่าวิธีการทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนแบบดั้งเดิม เช่น การเผาไหม้หรือการฝังกลบ นอกจากนี้ มักจะมี ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า วิธีการแบบดั้งเดิมเหล่านี้ต่อไปนี้คือข้อดีบางประการของการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพ: • ปลอดภัยและยั่งยืน: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพใช้กระบวนการตามธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดผลพลอยไหลที่เป็นอันตราย • คุ้มค่า: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพอาจมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าวิธีการทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนแบบดั้งเดิม • มีประสิทธิภาพกับสารปนเปื้อนหลากหลายชนิด: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพสามารถใช้ทำความสะอาดสารปนเปื้อนหลายชนิด รวมถึง น้ำมัน ยาฆ่าแมลง และสารละลายอุตสาหกรรม • สามารถใช้ในสถานที่: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพสามารถดำเนินการได้ที่บริเวณที่เกิดการปนเปื้อน ซึ่งสามารถลดความจำเป็นในการขนส่งและกำจัดวัสดุที่ปนเปื้อน ข้อจำกัดของการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพ • อาจใช้เวลานาน: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการปนเปื้อน • ไม่ส่งผลกับสารปนเปื้อนทุกชนิด: สารปนเปื้อนบางชนิด เช่น โลหะหนัก ไม่สามารถย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ • ต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจง: การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพอาจไม่ได้ผลในทุกสภาพแวดล้อม เช่น สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิหรือระดับ pH ที่รุนแรง แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมด้วยชีวภาพก็ยังเป็นเครื่องมือที่มีค่าสำหรับการทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนและปกป้องสิ่งแวดล้อม
ASA Environment นำเสนอ Case Studies ของโรงหมักบ่อขยะ การหมักและกองเก็บเศษซากวัสดุอินทรีย์ทำให้เกิดการหมัก และ เกิดก๊าซ มีเธนได้ ในระบบชีวมวล ถ้ามีการ นำไปใช้อย่างถูกวิธี เราสามารถที่จะบำบัด และ ใช้ประโยชน์จากก๊าซ มีเธน ดังนั้น การฟื้นฟูสภาพกองเศษซาก อินทรีย์ สามารถลดปัญหาไฟไหม้ได้ โดยการเติมสารละลายจุลินทรีย์ลงในของเหลวประเภทสารดับเพลิง หน่วยงาน ที่ทำการควบคุมมาตรฐานการลุกลามไฟ อย่าง U/L (Underwritter laboratories) ได้กำหนดมาตรฐาน Class A และ Class B ของสารป้องกันการลุกลามไฟไว้ เรามีจุลินทรีย์ BS- Out ได้มาตรฐานดังกล่าว และเมื่อฉีดพ่นลงดิน ไม่ส่งผลเสียต่อสภาพความเป็นพิษในระดับชั้นใต้ดิน จึงไม่ก่อให้เกิดผลเสียทางระบบนิเวศน์ และ ทางสภาพเศรษฐกิจ ของการเพาะปลูกของพื้นที่นั้นในอนาคต ซึ่งปกติสารดับเพลิงทั่วไป มักจะก่อให้เกิดมลพิษ ประเภท โฟม (AFFF) ตามมาหลังจากใช้งาน สอบถามสั่งซื้อได้ที่ 😄 Tel : 099-1451498,02-1856270 Email : chirapat.asa@gmail.com Website : https://asa-thermacoustic.com Line@ : https://lin.ee/ihULSxq #asaเราช่วยลดมลภาวะเพื่อเกิดสุขภาวะ #ลดกลิ่น #ขจัดคราบไขมัน #บำบัดน้ำเสีย #ดับกลิ่นเหม็น #ดับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ #แบคทีเรียบำบัด #สุขอนามัย #แบคทีเรียบำบัด #มีประสิทธิภาพ #bsfog

บ่อขยะนำทิ้งในชุมชน และที่พักอาศัย

คราบไขมัน ในบ่อกักเก็บน้ำเสียของแหล่งชุมชน อันส่งผลทำให้เกิดสภาพการเน่าเสีย และ ระบบบำบัด โดย มักนิยมใช้เป็นการเติมอากาศ ทำงานได้ อย่างไม่มีประสิทธิภาพ หลังจากคราบไขมันเข้าเกาะตามระบบเครื่องสูบน้ำ ท่อ และ บ่อเกรอะ เหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้ รูปแบบการบำบัด ต้องอาศัยระบบการทำงานของเครื่องจักรกล ราคาสูง และ มีค่าบำรุงรักษาสูงมาก เราสามารถทำการบำบัด ด้วยระบบง่าย สะดวกในการทำงาน ด้วยการติดตั้ง ระบบ E-Nose หรือ จมูกอัจฉริยะ เข้ากับระบบบำบัดโดยการควบคุมกลิ่นจากหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่ดมกลิ่นก๊าซ หรือของเสีย แทนมนุษย์ และ ส่งสัญญาณ ไปสั่งการให้ระบบฉีดพ่น จุลินทรีย์ เพื่อย่อยสลาย ของเสียที่อยู่ในปริมาณ ที่มากเกิน กว่า จะบำบัด โดยระบบปกติ เหล่านี้ ล้วนเป็นนวัตกรรม อันชาญฉลาด ที่กำลังจะมาช่วย มนุษย์ ในการทำงาน เทศบาล อย่างมีประสิทธิภาพ

สาหร่ายพิษที่เกิดขึ้นจากปริมาณ N,P สูง

ASA Environment ( Case Study ) พื้นที่เหมาะปลูกที่มีการเติมปุ๋ย กลุ่ม ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส เข้าไปเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการเจริญเติบโตของกลุ่มสาหร่ายพิษ ประเภทไซยาโนแบคทีเรีย และทำให้บ่อน้ำและสัตว์น้ำในแหล่งน้ำนั้น เริ่มเน่าเสีย และสัตว์น้ำหายไปเพราะขาดอากาศหายใจ ขบวนการกำจัดโดยใช้คนตัก ขุดลอก ล้วนเป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก แนวทางบำบัดด้วยอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์นาโน ผสานกับแบคทีเรียหัวเชื้อเข้มข้น BS -FOG ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ตัวดี ในแหล่งน้ำ และย่อยสลาย สาหร่ายพิษ นี้ ออก ทำให้แหล่งน้ำ กลับมาสะอาด และเป็นที่อยุ่อาศัยของพืช และ สัตว์ในน้ำ ต่อไป สนใจสอบถามสั่งซื้อได้ที่ Tel : 099-1451498,02-1856270 Email : chirapat.asa@gmail.com Website : https://asa-thermacoustic.com Line@ : https://lin.ee/ihULSxq’ Blog : https://asaenvironment.blogspot.com/ #แบคทีเรียสลายน้ำมัน #แบคทีเรียบำบัด #บำบัดขยะชีวภาพชุมชน #ดับกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ #ลดสาหร่ายพิษ #asaenvironment
ขอเสนอแนะ กรณีตัวอย่างของ การขนถ่ายสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทางรถบรรทุก ก่อให้เกิดมลพิษ และ อุบัติเหตุ ทางท้องถนน สถานี เติมน้ำมัน หรือสถานที่กักเก็บน้ำมัน คลังน้ำมันเป็นต้น เหล่านี้ล้วนแต่มีผลเสียต่อทั้งมลพิษทางดิน ทางอากาศ ระบบการควบคุมการรั่วไหล โดยการบำบัดทางขีวภาพ หรือ Spill control ทำได้โดยจุลินทรีย์ตัวเก่ง BS-ELSC (BSergency Leakage Spill Control Agent) ที่สามารถย่อย สารไฮโดรคาร์บอน ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง ชั่วโมง และ กินจนไม่เหลือสารตกค้างได้หมดภายในเวลา 1 สัปดาห์ สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อ บริษัท อาสา เทอร์มาคู สติก จำกัด สนใจสอบถามและสั่งซื้อ Tel : 099-1451498,02-1856270 Email : chirapat.asa@gmail.com Website : https://asa-thermacoustic.com Line@ : https://lin.ee/ihULSxq #ดับกลิ่นเหม็น #ลดมลพิษ #แบคทีเรียบำบัด #แบคทีเรียสลายน้ำมัน #จัดการมลพิษ #ปลอดภัย #bselsc #bsfog

ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับยาฆ่าแมลงเคมี: การใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สำหรับการปกป้องพืชผล

เนื่องจากเกษตรกรรมเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์สำหรับการปกป้องพืชผลจึงกลายมาเป็น...